ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ด้าน communication


เทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้าน การสื่อสารข้อมูล
NFC เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่คนรุ่นใหม่ควรรู้จัก


                เรื่องราวของเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลไร้สายที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึง เพราะมันจะทำให้อุปกรณ์สื่อสารแบบพกพามีความสามารถมากขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น มันจะช่วยทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์, กุญแจสำหรับเข้าพักในโรงแรม, เป็นตั๋วชมคอนเสิร์ต ฯลฯ โดยที่คุณไม่ต้องพกพาสารพัดบัตร สารพันตั๋ว ให้ยุ่งยากอีกต่อไป
ถึงลีกการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลของเมืองลุงแซม นั่นก็ชื่อ NFC แต่ย่อมาจาก National Football Conference ดังนั้นมันไม่เกี่ยวข้องกันแน่ๆ ชื่อ NFC ก็บอกชัดๆ จากชื่อเต็มของมันแล้วว่า เป็นเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลระยะใกล้ที่มีลักษณะการกระจายของสัญญาณเป็นแบบสนามไฟฟ้า ระยะทำการเพียงไม่กี่เซนติมเตร อ้าว..แบบนี้ต้องตั้งคำถามว่า แค่ระยะไม่กี่เซนติเมตร ทำไมต้องไร้สาย แล้วมันจะทำอะไรได้  มา
ติดตามกันครับ
เริ่มต้นรู้จักกับสเปคก่อน
ก่อนจะคุยในรายละเอียด ขอขายของ แสดงข้อมูลเรื่องสเปคกันก่อนครับ
ความถี่ใช้งานในย่าน ISM 13.56MHz มีแบนวิดธ์ 14kHz ขยายได้ถึง 1.8MHz หากใช้เทคนิคการมอดูเลชั่นแบบ ASK (Amplitude Shift Keying)
ใช้การแพร่กระจายสนามไฟฟ้าระหว่างสายอากาศแบบลูป 2 ชุด
ระยะทำการปกติ 10 เซนติเมตร สูงสุด 20 เซนติเมตร
อัตราเร็วในการถ่ายทอดข้อมูล 106, 212, 424 และ 848 กิโลบิตต่อวินาที
มี 2 โหมดการทำงานคือ
        1. โหมดสื่อสารแบบพาสซีฟ ในโหมดนี้อุปกรณ์หลักจะทำ
หน้าที่กระจายคลื่น ส่วนอุปกรณ์เป้าหมายจะเหนี่ยวนำคลื่นวิทยุมาเป็นไฟเลี้ยงเพื่อให้ทำงานติดต่อสื่อสารข้อมูลกันได้
       2. โหมดสื่อสารแบบแอกตีฟ ในโหมดนี้อุปกรณ์ทั้งสองฝั่งมีไฟเลี้ยงเป็นของตัวเอง จึงมีความสามารถในการกระจายคลื่นได้เอง การติดต่อสื่อสารจึงสามารถทำได้ทันทีและรองรับการทำงานในแบบจุดต่อจุดหรือ peer-to-peer ได้เต็มรูปแบบ
อุปกรณ์ NFC สามารถรับและส่งข้อมูลได้ในเวลาเดียวกัน
• มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14443 ที่ว่าด้วยเรื่องมาตรฐานของสมาร์ตการ์ดแบบไม่สัมผัสที่ทำงานด้วยความถี่ 13.56MHz และ ISO 18092 ที่ว่าด้วยนิยามโหมดการสื่อสารข้อมูล, การเชื่อมต่อ และโปรโตคอลของ NFC

 เรื่องเล่าของ NFC
NFC เกิดขึ้นภายใต้การพัฒนาร่วมกันระหว่าง Sony และ NXP (ก็คือ Philips เดิม) โดยนำเทคโนโลยี RFID มาต่อยอด มีการเพิ่มเติมโปรโตคอลของสมาร์ตการ์ดเข้าไป จึงทำให้แท็กหรือบัตร NFCสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับแอปพลิเคชั่นได้มากกว่าแท็ก RFID การพัฒนา NFC เกิดขึ้นภายใต้ชื่อ NFC Forum ทั้งนี้เพื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้สนใจและนักพัฒนาจากทั่วโลก แล้วนำมาพัฒนาเพื่อให้เกิดมาตรฐานของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ NFC หลังจากพัฒนามาระยะหนึ่งก็สามารถผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC ในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2003 จากนั้น Nokia ก็เข้ามาร่วมพัฒนาด้วยในวันที่ 18 มีนาคม
               ค.ศ. 2004 NFC forum เติบโตอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเกิดการผลิตชิป NFC ขึ้นได้สำเร็จ ทำให้มีผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารพกพาเข้าร่วมใน NFC forum จำนวนมาก และเมื่อสามารถนำอุปกรณ์ NFC ไปติดตั้งในโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ ทำให้เกิดนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟนที่มี NFC จำนวนมากขึ้น ทำให้ใน NFC forum ในปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ของ NFC ยังมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมากเข้าร่วมด้วย

ด้าน Data/Information

ระบบสารสนเทศที่ช่วยสร้างสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศ MRS
ระบบสารสนเทศแบบรายงานเพื่อการจัดการ (Management Reporting Systems MRS)
             ระบบสารสนเทศที่ช่วยในการทำรายงานตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยการสรุปสารสนเทศที่มีอยู่ไว้ในฐานข้อมูล หรือช่วยในการตัดสินใจในลักษณะที่โครงสร้างชัดเจนและเป็นเรื่องที่ทราบล่วงหน้า
หน้าที่ของแบบ MRS
1. ช่วยในการตัดสินใจงานประจำของผู้บริหารระดับกลาง
2. ช่วยในการทำรายงาน
3. ช่วยในการตัดสินใจที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ และมีโครงสร้างแน่นอน เช่น การอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้า
ลักษณะของ MRS
1. ช่วยในการจัดทำรายงานซึ่งมีรูปแบบที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐานตายตัว
2. ใช้ข้อมูลภายในที่เก็บไว้ในฐานข้อมูล
3. ช่วยในการวางแผนงานประจำ และควบคุมการทำงาน
4. ช่วยในการตัดสินใจที่เกิดขึ้นประจำหรือเกิดขึ้นบ่อยๆ
5. มีข้อมูลในอดีต ปัจจุบัน และวิเคราะห์แนวโน้มอนาคต
6. ติดตามการดำเนินงานภายในหน่วยงานเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน กับเป้าหมายและส่งสัญญาณหากมีจุดใดที่ต้องการการปรับปรุงแก้ไข
ประเภทของรายงาน MRS
รายงานจาก MRS มีลักษณะต่างๆ ดังนี้
             1. รายงานที่จัดทำเมื่อต้องการ (Demand reports) เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจ เป็นรายงานที่จัดเตรียมรูปแบบรายงานล่วงหน้าและจะจัดทำเมื่อผู้บริหาร ต้องการเท่านั้น
            2. รายงานที่ทำตามระยะเวลากำหนด (Periodic reports) โดยกำหนดเวลา และรูปแบบของรายงานไว้ล่วงหน้า เช่น มีการจัดทำรายงานทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ทุกปี เช่น ตารางเวลาการผลิต
           3. รายงานสรุป (Summarized reports) เป็นการทำรายงานในภาพรวม เช่น รายงานยอดขายของพนักงานขาย จำนวนนักศึกษาลงทะเบียนวิชา MIS
          4. รายงานเมื่อมีเงื่อนไขเฉพาะเกิดขึ้น (Exception reports) เป็นการจัดทำรายงานเมื่อมีเกณฑ์เงื่อนไขเฉพาะ เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ว่าแตกต่างจากที่วางแผนไว้หรือไม่ เช่น การกำหนดให้เศษของที่เหลือ (scrap) จากการผลิตในโรงงานเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ในการผลิตช่วงหลังกลับมีเศษของที่เหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นอาจมีการเขียนโปรแกรม ในการประมวลผลเพื่อหาว่าเศษของที่เหลือเกินจากที่กำหนดไว้ได้อย่างไร