GDDR5 นวัตกรรมของแรมบนการ์ดจอ
นับวันกราฟิกการ์ดจะมีพัฒนาการที่รวดเร็วมากกว่า CPU หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันเข้าไปทุกขณะ ล่าสุด Samsung ยักษ์ใหญ่ในวงการเอวี และผู้ผลิตชิพหน่วยความจำ ได้ผลิตหน่วยความจำความเร็วสูงออกมาให้โลกตะลึงอีกครั้งด้วยมาตรฐาน 512Mb GDDR5 ที่มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลได้ถึง 6 Gbps โดยรับประทานไฟฟ้าแค่ 1.5 Volt เท่านั้น ในช่วงแรกนี้ แรมหรือหน่วยความจำตัวนี้จะถูกติดตั้งบนการ์ดแสดงผลระดับสูง แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็จะพัฒนากลายเป็นหน่วยความจำหลักภายในเครื่อง
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ CPU
Intel Sandy Bridge สุดยอดซีพียูแห่งปี 2011
หลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า Sandy Bridge คืออะไร
Sandy Bridge คือ ชื่อสายการผลิตที่ Intel พัฒนาใช้ในซีพียู ซึ่งใน Sandy Bridge จะเป็นซีพียูที่ Intel ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 32nm ซึ่งจะต่างจาก Nehalem ที่เป็นเทคโนโลยีใน Core i ตัวแรก ๆ (รุ่นที่ไม่มีการ์ดจอในซีพียูนะละ) และพัฒนามาจาก Westmere ซึ่งเป็น Core i ที่มาพร้อมการ์ดจอบนซีพียูนั่นเอง
แล้ว Sandy Bridge จะเข้ามาในตลาดไหนบ้างล่ะ
Sandy Bridge นั้นจะเป็นซีพียูที่ Intel วางแผนให้ครอบคลุมเกือบทุกกลุ่มของตลาดโน้ตบุ๊กเลย โดยจะส่งโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูในซีรีส์ของ Core i7 ลงสู่ท้องตลาดก่อนตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2011 และ โน้ตบุ๊ก Core i5, i3 Sandy Bridge ทั้งกลุ่มประสิทธิภาพสูงและราคาประหยัดในช่วงเดือนที่ 2 ของไตรมาสแรก แต่จะยังมี Core i5 และ i3 ในบางรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไป ยังคงอยู่ในท้องตลาดจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ส่วนในตลาดล่างนั้น Pentium และ Celeron ในเทคโนโลยีเดิม จะยังคงอยู่ถึงไตรมาสที่ 2 และหลังจากนั้นก็จะเป็นเทคโลยีใหม่ที่พัฒนามาจาก Sandy Bridge
และอะไรอยู่ใน Sandy Bridge
ในตระกูลใหม่จะใช้เทคโนโลยีที่เล็กลงไปกว่าเดิมในการผลิต คือ 32 นาโนเมตร รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่มีการจับเอาหน่วยประมวลผล (processor), ตัวควบคุมหน่วยความจำ (memory controller) และการ์ดจอ (graphics) ลงมาอยู่ใน die เดียวกัน ซึ่งจะต่างจาก Westmere ที่แม้การ์ดจอจะอยู่บนซีพียู แต่ก็ไม่ได้อยู่ใน Die เดียวกัน ทำให้ทรัพยากรต่าง ๆ ต้องแยกกัน และไม่สามารถแชร์กันได้ ซึ่งเดี๋ยวทีมงานจะกล่าวต่อไปว่า การ์ดจอมาอยู่ใน Die เดียวกันนั้นมีประโยชน์อย่างไร
จากภาพจะเป็น Core i7 จึงมีจำนวน Core ถึง 4 Core เทคโนโลยี Cache ก็ยังใช้ในรูปแบบ L3 และยังมาพร้อม Processor Graphics (ชิปการ์ดจอ) อยู่ติด ๆ กันเลย พร้อมกันนั้นเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้ง Turbo Boost และ Hyper-threading ก็ยังมาอย่างครบครบ
เปรียบเทียบให้เห็นเลยว่าหน้าตาของ Westmere (ใน Core i รุ่นก่อน) แตกต่างจาก Sandy Bridge ที่การผนวกรวมชิปการ์ดจอเข้าไปใน Core (Die) ชิ้นเดียวกัน
จุดเด่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจใน Sandy Bridge
- Turbo Boost ตัวใหม่
- Cache มีแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น
- การ์ดจอออนซีพียูรุ่นใหม่
- Display Port ที่ให้คุณภาพสัญญาณสูงกว่า HDMI
- รองรับการ์ดจอแยกที่ความเร็วสูงทั้ง
- เทคโนโลยี Intel AVX
- Memory Controller ที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 2 ช่องทาง
ว่าแล้วเรามารู้จักเทคโนโลยีใหม่ ๆ พิเศษใน Sandy Bridge กันเลยดีกว่า
Intel Turbo Boost 2.0
เทคโนโลยีที่ Intel ภาคภูมิใจใน Core i ตัวแรกเลย กับเทคโนโลยีที่สามารถเร่งความเร็วซีพียูให้สูงขึ้นกว่าปกติ (คล้าย ๆ OC) โดยความเร็วจะขึ้นอยู่กับจำนวน Core ที่ใช้งาน, โปรแกรม และ TDP (ความร้อน, แรงดันไฟ) โดยใน Sandy Bridge ก็ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Turbo Boost 2.0 ที่ Intel พัฒนาขึ้นดีกว่าเดิม โดยเพิ่มความเร็วได้ถึง 4 สเตปตั้งแต่สีฟ้าจะเป็นความเร็วตามสเปก สีส้มจะเป็นความเร็วที่ตัว Turbo Boost 1.0 เดิมทำได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ TDP (ความร้อน, แรงดันไฟ) และตัวใหม่คือสีน้ำตาลที่ Intel เรียกว่า “Dynamic Range” ที่จะไม่ได้อิงจาก TDP แล้ว แต่จะสามารถเพิ่มความเร็วขึ้นไปได้อีกเรื่อย ๆ มากกว่าสเปกที่ออกมาจากโรงงานเสียอีก แต่จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเป็นหลัก เช่นถ้าเล่นในห้องแอร์ ก็จะเร่งความเร็วไปได้เรื่อย ๆ จนกว่าอุณหภูมิซีพียูจะสูงเกินไป ขณะที่ถ้าใช้งานที่ร้อน ๆ ก็จะเร่งความเร็วเพิ่มไม่ได้มาก
Graphics Dynamic Frequency Scalingการ์ดจอออนซีพียูก็เป็นอีกจุดที่แตกต่างจาก Core i รุ่นเก่า เพราะด้วยการผนวกรวมชิปการ์ดจอไว้ใน Dia เดียวกัน ทำให้สามารถแชร์ทรัพยากรร่วมกันได้ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหรือทรัพยากรต่าง ๆ สามารถปรับความเร็วได้โดยอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการประหยัดพลังงาน และเมื่อต้องการใช้งานการ์ดจอหนัก ๆ ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน Turbo Boost 2.0 เพื่อเร่งความเร็วของการ์ดจอเพิ่มให้มากขึ้นกว่าในสเปกปกติ โดยจะทำงานสัมพันธ์กับ Turbo Boost ของซีพียู เพราะว่าต้องแชร์ทรัพยากรกันนั่นเอง
New Intel Ring Bus
พูดกันตามภาษาพื้นบ้านเลยก็คือ สะพานที่ช่วยแชร์แคช L3 ให้ครอบคลุมทั้งหมดเห็นเหมือนเป็นหน่วยความจำชุดเดียวกัน รวมถึงการแชร์หน่วยความจำแคชให้การ์ดจอที่อยู่ในซีพียูด้วย ทำให้เมื่อต้องการใช้ทรัพยากรก็สามารถดึงแชร์กันได้ ไม่ได้ล็อกจำกัดแต่ Core ใด Core หนึ่ง
Intel HD 3000
การ์ดจอของ Sandy Bridge ที่อยู่ในซีพียูจะปรับปรุงจาก Intel HD GMA เดิม ได้มีการปรับปรุงให้รองรับเทคโนโนโลยีใหม่ ๆ ทั้ง Direct X 10.1, Open GL 3.0, SM4.1, ความสามารถในการปรับความเร็ว (Dynamic Frequency Scaling) พร้อมสเปกความเร็วของ Core การ์ดจอที่สูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม
Intel 6 Series Chipsetการ์ดจอของ Sandy Bridge ที่อยู่ในซีพียูจะปรับปรุงจาก Intel HD GMA เดิม ได้มีการปรับปรุงให้รองรับเทคโนโนโลยีใหม่ ๆ ทั้ง Direct X 10.1, Open GL 3.0, SM4.1, ความสามารถในการปรับความเร็ว (Dynamic Frequency Scaling) พร้อมสเปกความเร็วของ Core การ์ดจอที่สูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม
ด้วยสเปกของชิปเซตที่รองรับ Sandy Bridge นั้นสามารถรองรับอุปกรณ์เพิ่มเติมได้มากขึ้นกว่าเดิมทั้ง (เวลาโชว์ใน CPU-Z จะโชว์เป็น Intel IDxxx)
- แรม Dual Channel DDR3
- PCI Express 2.0
- USB สูงสุด 14 พอร์ตแบบ 2.0 (ส่วน 3.0 นั้นต้องเพิ่มชิปเข้าไปอีก)
- Displayport 1.1
- SATAเป็นเวอร์ชัน 3 แล้ว ที่ความเร็วสูงถึง 6GB/s
เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่น่าสนใจ- Intel Quick Sync Video – เทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถถอดรหัส หรือเข้ารหัสไฟล์วิดีโอได้รวดเร็วกว่าเดิม Intel บอกไว้ว่าจะเร็วกว่าถึง 17 เท่าจากชิปการ์ดจอตัวเก่า
- Intel InTru 3D / Clear Video HD – การเล่นหนังกับแผ่น Blu-ray ผ่านสาย HDMI เวอร์ชัน 1.4 ก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปใน Sandy Bridge ส่วนฟังก์ชัน 3D เป็นการเล่นผ่านสาย HDMI ไปออกทีวีเท่านั้นนะ ไม่ได้หมายรวมว่าจะสามารถทำได้บนเครื่องโน้ตบุ๊กหรือ desktop
- WiDi 2.0 – นี่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ส่งสัญญาณภาพแบบไร้สายจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปออกที่ทีวีได้ แต่นั่นก็หมายความว่าต้องใช้คู่กับตัวรับสัญญาณที่รองรับด้วยนะ จริง ๆ ก็เคยเห็นกันมาแล้ว แต่ในคราวนี้มันจะรองรับสัญญาณภาพไปได้ถึง 1080p เลย
- Intel AVX เข้ามาช่วยเสริมชุดคำสั่งเดิมของ SSE ให้สามารถเพิ่มการคำนวณ Vectors จาก 128bit ให้กว้างขึ้นเป็น 256bit ช่วยให้ความสามารถคำนวณตัวเลขด้านวิศวกรรม, เกม Physx และการเข้ารหัสต่าง ๆ ที่ทำได้ดีขึ้น
อย่างที่เห็นจากในภาพด้านบน มีตัวใหม่ ๆ ออกมาหลายตัวเลย โดยเฉพาะสาย Core i7 และ i5 แต่นั่นยังสร้างความมึนงงให้ไม่สาแก่ใจ Intel ยังเปลี่ยนเลขรหัสรุ่นจากเดิมที่จะเป็นเลข 3 หลักให้กลายเป็น 4 หลัก โดยรายละเอียดต่าง ๆ เข้าไปดูได้จากตรงนี้เลย ตารางรายละเอียดชิปแต่ละรุ่น โดยรุ่นแรกที่จะลงสู่ตลาด คือ Core i7 ส่วนรุ่นกินไฟต่ำ (ULV) จะตามมาในครึ่งปีหลังเมื่อพูดถึงสเปกทั่ว ๆ ไปของ Sandy Bridge นั้น ก็ไม่ได้ต่างจาก Core i ตัวเดิมมากนัก นอกจากแคช L3 ที่เพิ่มความจุสูงสุดเป็น 8MB
สำหรับชื่อรุ่นจะเพิ่มเป็น 4 หลัก ด้วยสาเหตุที่เพิ่มเลข “2” เข้ามาต่อจากเลขซีรีส์ คือ ตัวบ่งบอกว่าเป็น Gen ที่ 2 ของ Core i นั่นเอง ต่อจากนั้นก็จะตามด้วยชื่อรุ่น เหมือนพวก 450 460 ต่อมาก็จะเป็นการบอกซีรีส์พิเศษ เช่น “Q” ก็คือการสื่อถึงQuad Core ส่วนอักษรตัวท้าย คือ บ่งบอกว่าเป็นกลุ่มไหน เช่น K ใน PC และ M ในกลุ่มของโน้ตบุ๊ก
มาถึงผลเทสต์กันบ้าง
SuperPi เป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างเก่า ซีพียูที่มีความเร็วสูงจึงจะได้เปรียบในโปรแกรมนี้ ยิ่ง Turbo Boost สูงก็จะทำเวลาได้ดี จากภาพจะเห็นเลยนะครับว่าi7-2920XM ที่เป็นตัว Top ของ Sandy Bridge สามารถทำเวลาในการคำนวณได้น้อยที่สุด แต่ที่น่าสนใจก็คือ i7-2630QM ซึ่งเป็น Core i7 ระดับเริ่มต้นที่ขายในบ้านเราไปแล้วนั้น สามารถทำเวลาได้เทียบเท่าซีพียูตัวท็อปในอดีตอย่าง i7-940QM เลยทีเดียว และไม่ต้องพูดถึง i7-740QM ที่ระดับราคาเท่ากัน ก็ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ฟันธงกันไปเลยว่า Gen 1 หรือ Sandy Bridge คุ้มกว่ากัน
















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น